วันนี้เรามาคุยกันเรื่องวิธีการเล่นและของเล่นที่เหมาะสมกับเด็กดีไหมคะ 

 

คุณพ่อคุณแม่คงทราบดีว่าการเล่นเป็นส่วนสำคัญต่อการเรียนรู้และพัฒนาการในวัยเด็ก  แต่หลายท่านอาจจะยังไม่รู้ว่าการเล่นแต่ละประเภทนั้นมีผลต่อพัฒนาการของเด็กแตกต่างกัน  และของเล่นแต่ละชนิดก็มีความเหมาะสมกับเด็กไม่เหมือนกันด้วยค่ะ  เด็ก ๆ ที่วิ่งเล่นที่สนามอย่างอิสระกับเด็กที่เล่นเกมจากคอมพิวเตอร์ได้รับประโยชน์จากการเล่นเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?  เด็กที่เล่นตุ๊กตาบาร์บี้ หุ่นยนต์ รถแข่ง กับเด็กที่เล่นขายของหรือเล่นทำอาหารกับเศษกิ่งไม้ ก้อนหิน ดอกไม้ ใบหญ้า เรียนรู้จากการเล่นของพวกเขาเหมือนกันไหม?  อยากรู้กันไหมคะ

 

ก่อนที่เราจะเข้าเรื่อง เรามาเล่นอะไรกันสักหน่อยดีไหมคะ ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกับนิทานเรื่องสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ดใช่ไหมคะ  แม่แอนอยากจะขอให้คุณพ่อคุณแม่ลองหลับตาแล้วนึกภาพเจ้าหญิงสโนว์ไวท์ไว้ในหัวนะคะ  เจ้าหญิงสโนว์ไวท์ของแต่ละคนมีลักษณะอย่างไรบ้างคะ  ของแม่แอนเป็นแบบเจ้าหญิงผมสั้นสีดำ ใส่ที่ค่าดผม สวมชุดกระโปรงบานยาวสีเหลือง ที่ตัวเสื้อเป็นสีน้ำเงินแขนเสื้อแบบตุ๊กตา มีใครนึกภาพเดียวกันนี้ไหมคะ  และมีใครที่ได้ภาพที่ต่างไปจากนี้บ้าง?  คนที่ได้ภาพเจ้าหญิงสโนว์ไวท์ที่แตกต่างออกไป แม่แอนขอแสดงความยินดีกับคุณด้วยค่ะ  แสดงว่าคุณเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งอาจเป็นได้ว่าในวัยเด็กคุณได้รับประสบการณ์การเล่นแบบปลายเปิดอย่างเพียงพอและไม่ถูกปิดกั้นความคิดด้วยสื่อทางทีวีค่ะ

 

เชื่อว่าพ่อแม่หลาย ๆ ท่านอยากให้ลูกของตัวเติบโตมาเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์จริงไหมคะ  แม่แอนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะบอกว่าเด็กเล็กทุกคนร่ำรวยในจินตนาการโดยธรรมชาติและมีศักยภาพที่จะมีความคิดสร้างสรรค์อย่างที่สุดค่ะ (อ่านเอนทรี่ย์ โลกแฟนตาซีของลูก ประกอบนะคะ) งานของเราจึงไม่ใช่การสร้างความคิดสร้างสรรค์ให้กับลูก  หากแต่จะทำอย่างไรเราจึงจะสามารถรักษาความคิดสร้างสรรค์นี้ไว้กับเขาให้ยาวนานที่สุดโดยไม่ถูกลดทอน หรือปิดกั้นด้วยกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมค่ะ

 

ความคิดสร้างสรรค์คืออะไรคะ?  มันคือความสามารถที่จะคิดหาความเป็นไปได้อันหลากหลายของคำตอบสำหรับคำถามหนึ่ง ๆ ถูกไหมคะ ในการศึกษาด้านพัฒนาการการแก้ปัญหาจะมีคำน่าสนใจอยู่สองคำ  คือคำว่า Convergent และ Divergent คำว่า Convergent คือการที่ปัญหานั้นมีทางออกที่ถูกต้องอยู่เพียงทางเดียว  ส่วน Divergent ก็คือปัญหาหนึ่ง ๆ จะมีทางออกที่เป็นไปได้ได้หลายทางค่ะ  เราสนใจในทักษะความคิดแบบที่สองค่ะ  แล้วเราจะทำอย่างไรจึงจะลูกเราจึงจะเติบโตขึ้นมามีคุณลักษณะการคิดแบบ Divergent ซึ่งสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับคำว่าความคิดสร้างสรรค์

 

คำตอบก็คือการเล่นค่ะ เด็กเล็กเรียนรู้ผ่านการเล่น การได้ใช้จินตนาการอย่างอิสระผ่านการเล่นนอกจากจะส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการทางด้านภาษา การเคลื่อนไหว และสมาธิแล้ว  ยังส่งผลในการสร้างแรงบันดาลใจและทักษะในการแก้ปัญหาให้แก่เด็ก ๆ อีกด้วย  และการกีดกันเด็กออกจากกิจกรรมการเล่นซึ่งเป็นคุณลักษณะตามธรรมชาติของเขาไม่เพียงแต่จะทำให้เด็กพร่องทางอารมณ์แล้วยังจะเป็นการทำลายความสามารถในการเรียนรู้ของเขาอีกด้วยค่ะ    เด็กควรจะได้เล่นอย่างเพียงพอและเหมาะสม  แต่จะให้ลูกเล่นอย่างไรและเล่นอะไร? เพราะในโลกปัจจุบันที่เทคโนโลยีได้แทรกซึมเข้าไปในทุกครัวเรือนทำให้ลักษณะการเล่นของเด็กเปลี่ยนแปลงไป และด้วยการพฒนาทางอุตสาหกรรมทำให้ของเล่นที่ผลิตออกมามีมากมายหลายชนิดจนพ่อแม่เลือกไม่ถูก  ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน

 

การเล่นที่เหมาะสมกับธรรมชาติของเด็กเล็กที่สุดคือ การเล่นอิสระ (Free play) และของเล่นที่เหมาะสำหรับเขาควรจะเป็นของเล่นแบบปลายเปิด (open-ended toys) ค่ะ

 

การเล่นอิสระ ก็คือการเล่นที่ปราศจากการชี้นำหรือแทรกแซง  การเล่นที่เด็กเป็นคนดำริริเริ่มเองว่าเขาอยากจะทำอะไร เล่นอย่างไร  การเล่นแบบนี้จะส่งเสริมให้จินตนาการของเด็ก ๆ ได้เบ่งบานเต็มที่ค่ะ  เราจะปล่อยให้เด็กเล่นอย่างเต็มที่โดยที่ไม่เข้าไปกวนหรือแทรกแซงใด ๆ เลย  (ผู้ใหญ่จะแค่นั่งดูอยู่ห่าง ๆ และจะเข้าไปแทรกแซงใน 3 กรณีเท่านั้นคือ เด็กเล่นในสิ่งที่จะเป็นอันตรายต่อตนเอง  เด็กเล่นในสิ่งที่จะเป็นอันตรายต่อผู้อื่น  เด็กเล่นแบบทำข้าวของเสียหาย) การเล่นที่เหมาะสมกับเด็กเล็กควรจะเป็นการเล่นที่เด็กได้ใช้ร่างกายให้มาก  เพราะเด็กวัยนี้เรียนรู้ผ่านร่างการ  เมื่อประสาทสัมผัสต่าง ๆ ของเด็กได้รับการกระตุ้นก็จะทำให้สมองสร้างโครงข่ายประสาทขึ้นมาค่ะ  เรียกได้ว่าการเล่นเป็นกิจกรรมสร้างรูปสมองชั้นยอดเลยค่ะ  ดังนั้นการดูทีวีและการเล่นเกมคอมพิวเตอร์จะไม่ได้ช่วยพัฒนาสมองลูกเล็กนะคะเพราะไม่ได้ก่อให้เกิดการกระตุ้นประสาทสัมผัสทางร่างกายเท่าที่ควร    นอกจากจะไม่ช่วยแล้วยังจะส่งผลเสียหลายอย่างอีกด้วยค่ะ พูดตรงนี้อาจจะยาวเกินไป  ถ้าหากมีเวลาจะนำผลเสียของการดูทีวีและการใช้คอมพิวเตอร์กับเด็กเล็กมาเล่าสู่กันฟังนะคะ

 

มาถึงเรื่องของเล่นปลายเปิดกันบ้าง หลายคนอาจจะยังงงกันอยู่ว่าหมายถึงอะไร    ของเล่นที่ดีควรจะมีลักษณะที่ไม่เจาะจง เป็นอะไรได้หลายอย่างเพื่อที่จะเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ใช้จินตนาการกับมันได้เต็มที่ค่ะ  ลองดูของเล่นสองชนิดเปรียบเทียบกันนะคะ ขอยกตัวอย่างหุ่นยนต์กับท่อนไม้  หุ่นยนต์เป็นตัวแทนของเล่นปลายปิดในขณะที่ท่อนไม้เป็นของเล่นปลายเปิดค่ะ  สำหรับเด็กแล้วหุ่นยนต์เป็นได้เพียงแค่หุ่นยนต์ จะเอาไปลอยน้ำเป็นลูกเป็ดหรือเอาไปเล่นทำอาหารใช้ตำส้มตำแทนสากก็ไม่ได้ (ถ้าได้ก็อาจจะลำบากหน่อยค่ะ) ในขณะที่ท่อนไม้อาจจะถูกสมมติให้เป็นรถแข่งในวันนี้  เป็นยานอวกาศในวันพรุ่งนี้  หรืออาจจะเป็นหมาป่าใจร้ายในนิทานเรื่องลูกหมูสามตัวก็ได้  นี่คือข้อดีของของเล่นปลายเปิดค่ะ ด้วยลักษณะที่เรียบง่ายของมันทำให้มันจะเปลี่ยนไปเป็นอะไรก็ได้ตามแต่ที่จินตนาการของเด็กจะพาไป  ยิ่งของเล่นเรียบง่ายมากเท่าไหร่  เด็ก  ๆ ก็ยิ่งต้องใช้พลังจินตนาการในการเล่นกับมันมากขึ้นเท่านั้นเพื่อที่จะ “สมมติ” ให้มันเป็นสิ่งต่าง ๆ  และในทางกลับกัน  ยิ่งของเล่นมีรายละเอียดที่ “สำเร็จรูป” มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งปิดกั้นโอกาสที่เด็กจะได้ “ใช้จินตนาการ” ของเขามากเท่านั้นค่ะ    

แล้วเด็กจะเล่นได้เพียงของเล่นปลายเปิดที่เป็นวัสดุธรรมชาติต่าง ๆ เช่น ก้อนหิน  ท่อนไม้ ลูกสน เปลือกหอย ฯลฯ เท่านั้นหรือ  คุณพ่อคุณแม่อาจจะสงสัยว่าเด็กยังสามารถเล่นของเล่นแบบอื่นอีกได้ไหมที่จะไม่บั่นทอนจินตนาการ  เพราะบางทีคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายของเด็ก  ๆ ก็ชอบซื้อของเล่นมาฝากหลาน  หากเป็นของเล่นสำเร็จรูปล่ะเราจะเลือกอย่างไร  อันนี้แม่แอนขอแนะนำให้เลือกซื้อของเล่นที่เล่นได้มากกว่าหนึ่งวิธีค่ะ เช่น บล็อคไม้ที่สามารถเอามาเรียงได้หลายแบบ เครื่องดนตรี เช่นกลองไม้ ระนาดไม้ ที่เด็ก ๆ สามารถเล่นเป็นเพลงแบบไหนก็ได้  ชุดงานประดิษฐ์ที่เด็กสามารถประดิษฐ์สิ่งของได้เอง (ในเด็กที่โตหน่อย) เป็นต้น  ตัวอย่างของเล่นที่ไม่แนะนำคือของเล่นที่มีวิธีเล่นที่ถูกต้องเพียงวิธีเดียว เช่น จิ๊กซอว์ (ต้องต่อแบบนี้แบบเดียวจึงจะถูกต้อง)  บัตรคำ (flash card) ที่มักมีคำตอบที่ถูกต้องมาเพียงคำตอบเดียว เป็นต้น

 

การจัดหาของเล่นที่เหมาะสมให้ลูก ก็เปรียบเสมือนการจัดหาอุปกรณ์การทำงานให้แก่จินตนาการและสมองของลูกค่ะ  หากอุปกรณ์นั้นเหมาะสมลูกก็จะ “ทำงาน” กับสมองของเขาได้เต็มที่  คิดง่าย ๆ หากเราทดลองให้ผู้ใหญ่อยู่ในบ้านไม่ให้ออกไปไหน  คนหนึ่งเราให้อาหารกล่องสำเร็จรูปแบบแช่แข็งเอาไว้เต็มตู้เย็น  ส่วนอีกคนเราให้เนื้อ ไข่ ผัก ผลไม้ และอุปกรณ์ทำครัว  คุณพ่อคุณแม่คิดว่าคนไหนจะเรียนรู้ที่จะทำอาหารได้ดีกว่ากันคะ 

 

ตัวอย่างของเล่นบางส่วนของลูกชายที่บ้านค่ะ

 

ท่อนไม้รูปร่างและขนาดต่าง ๆ ลูกสน  เม็ดสะบ้า

 

ผ้าขนาดต่าง ๆ  ถุงถั่ว  ลูกบอลไหมพรม  ตุ๊กตาที่แม่ทำเองแบบเรียบง่าย (ถ้าทำสวยเสมือนจริงไปเดี๋ยวจะไม่เหลือที่ไว้ให้ลูกได้จินตนาการต่อค่ะ อิอิ)

 


 

แถมอีกรูป  นี่รูปสโนว์ไวท์ในจินตนาการ (อันพร่อง ๆ ) ของแม่แอนค่ะ  คิดแบบอื่นไม่ออกจริง ๆ ค่ะ  ใครเป็นเหมือนกันบ้างยกมือขึ้นหน่อยเร้ววว

 

 


 

 

Comment

Comment:

Tweet

confused smile

#2 By แม่แอน on 2012-03-19 10:23

ที่บ้านของเล่นเพียบ ทั้งปุ่มทั้งเสียง 555 คงต้องกลับบ้านยายไปหาของเล่นแบบพี่วินมาไว้ให้เล่นบ้างแล้วคะquestion

#1 By แม่เจี๊ยบ (125.25.76.148) on 2012-03-19 02:44