ไข่พะโล้ สูตรคุณยาย
posted on 12 Jul 2010 09:05 by mother2son
วันนี้เอาสูตรทำไข่พะโล้มาฝากค่ะ อันนี้ตกทอดมาจากคุณยายของน้องวินอีกที เพราะตอนเป็นเด็กแม่แอนชอบกินไข่พะโล้มาก ๆ คุณยายเลยทำให้กินบ่อย
ง่าย ๆ สบาย ๆ ทำเก็บใส่ตู้เย็นไว้กินได้หลายวันทีเดียวค่ะ
สูตรนี้แม่แอนใส่หมูลงไปพะโล้ด้วย เผื่อวันไหนลูกเบื่อไข่จะได้กินหมูพะโล้แทน
ส่วนประกอบก่อนเลยนะคะ
๐ ไข่เป็ด 6 ฟอง (ควรใช้ไข่เป็ดจะดีกว่าไข่ไก่ เพราะไข่ขาวเขาจะแข็งกว่า เวลาเคี้ยวจะหนุบหนับดีค่ะ)
๐ เนื้อหมูไม่ติดมัน สัก 5 ขีด (ใครชอบหมูสามชั้นก็ไม่ว่ากันนะคะ แต่บ้านเรากลัวอ้วนกันค่ะ หรือใครจะไม่ใส่หมูเลยก็ได้ จะเอาแค่ไข่ก็ได้ค่ะ เนื้อหมูนี้ให้หั่นชิ้นใหญ่ ๆ เวลาตุ๋นจะได้เปื่อยง่ายเพราะมีความระอุอยู่ข้างใน คุณยายบอกมาว่า่งั้นค่ะ)
๐ น้ำตาลทราย ประมาณ 2 ทัพพี (เอาแบบสีน้ำตาลที่ยังไม่ฟอกขาวนะคะ)
๐ น้ำตาลปี๊บ ประมาณ 2 ทัพพี
๐ ซีอิ้วขาวประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
๐ เกลือสัก 2-3 ช้อนชา (หรือไปกะเอาตอนปรุงรสก็ได้ค่ะ บางคนก็ชอบรสเค็มหวานไม่เหมือนกัน)
๐ รากผักชี 3 ราก
๐ กระเทียม 4 กลีบ
๐ พริกไทยดำ แบบเป็นเม็ด 1 ช้อนชา
๐ ผงพะโล้ 1 ช้อนโต๊ะ
๐ น้ำมันพืช ประมาณนิดหน่อย เอาไว้ผัดหมู
๐ น้ำประมาณ 1 ลิตร (4-5 แก้ว)
ก่อนอื่นก็ต้องต้มไข่ให้สุกรอไว้ก่อนนะคะ ไข่เป็ดจะสุกยากกว่าไข่ไก่นิดหน่อย ต้มสัก 10-15 นาทีค่ะ
แล้วถ้าใครอยากพะโล้หมูด้วยเหมือนแม่แอนก็ต้องเตรียมเนื้อหมูก่อนค่ะ เริ่มด้วยการโขลกรากผักชี กระเทียม และเม็ดพริกไทยเข้าด้วยกัน หากใครชอบเครื่องเทศอย่างอื่นเพิ่ม เช่นเม็ดผักชี ยี่หร่า ก็โขลกรวมกันไปได้เลยนะคะ ไม่ผิดอะไร แต่แม่แอนขอเอาง่าย ๆ ไว้ก่อน จากนั้นใสน้ำมันพืชลงในกระทะ ผัดหมูกับเครื่องเทศที่โขลกไว้จนหอม ไม่ต้องผัดจนหมูสุกทั้งก้อนนะคะ เอาแค่ข้างนอกเป็นสีน้ำตาลนิด พอให้ไม่คาวตอนเอาลงไปพะโล้ จากนั้นพักเอาไว้ก่อน มาเตรียมน้ำพะโล้กัน
จะเห็นได้ว่าพะโล้สูตรบ้านกวินไม่ใส่ซีอิ๊วดำเพื่อเพิ่มสีนะคะ เคล็ดลับในการต้มพะโล้ให้สีสวยตามสูตรคุณยายกวิน อยู่ที่การโล้น้ำตาลค่ะ
โล้น้ำตาลทำอย่างไร ก็เอาหม้อเปล่าที่จะใช้ต้มพะโล้นี่ล่ะค่ะมาตั้งไฟอ่อนพอให้ร้อนโดยไม่ต้องใส่น้ำเลย แล้วใส่น้ำตาลทรายทั้งหมดลงไป จากนั้นก็เพียรเขย่าหม้อให้น้ำตาลละลายให้หมดจนออกสีแดง ๆ เป็นคาราเมล บางคนอาจจะถนัดใช้ทัพพีช่วยคนให้น้ำตาลละลายง่ายขึ้นก็ไม่ว่ากัน แต่แม่แอนว่ามันเหนียวเหนอะหนะติดทัพพี เลยเอาแค่ผ้ารองมือแล้วจับหูหม้อเขย่าเอาง่ายกว่า แล้วแต่ถนัดนะคะ ที่สำคัญคืออย่าโล้นานจนน้ำตาลไหม้ เอาแค่พอละลายหมดมีสีสวยแบบท็อฟฟี่น้ำตาลและมีกลิ่นหอมแบบคาราเมล ถ้าไหม้ขึ้นมาจะมีรสขมแล้วก็เหม็นไหม้ด้วยค่ะ
จากนั้นก็เติมน้ำลงไปในหม้อให้ดังฉ่า ๆ ช่วงนี้น้ำตาลที่โล้ไว้จะแข็งเพราะโดนน้ำเย็นแต่ไม่ต้องกลัว เร่งไฟขึ้นอีกนิดแล้วคนไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็ละลายได้น้ำพะโล้สีสวยเชียวล่ะค่ะ
(สำหรับคนที่ขี้เกียจโล้น้ำตาลและอยากใช้ซีอิ้วดำหวานแต่งสีแทนแบบง่าย ๆ ก็ไม่ว่ากันนะคะ จะให้ง่ายไปอีกก็คือ ในขั้นตอนแรกสามารถผัดหมูกับเครื่องเทศในหม้อพะโล้ก่อนเลย จากนั้นจึงเติมน้ำลงไปต้มต่อในหม้อเดิมนี่แหละ ปรุงรสด้วยน้ำตาล แล้วค่อยแต่งสีด้วยซีอิ้วดำหวานก็ไม่ผิดอะไรค่ะ)
อ่ะ.. กลับมาที่น้ำพะโล้สีสวยของเราต่อ ตอนนี้ก็ปรุงรสได้ตามชอบใจเลยค่ะ ใส่น้ำตาลปี๊บ เกลือ ซีอิ๊วขาว ตามชอบใจ ปริมาณที่เขียนมานี้ คือแค่คร่าว ๆ นะคะ แต่ละคนก็คงชอบรสชาติไม่เหมือนกัน เอาเป็นว่าตามใจผู้ปรุงละกัน แต่ขอให้มีรสหวานนำนะคะจึงจะถูกตามตำราพะโล้ บางทีทำกินกันเองแม่แอนก็จะใส่คนอร์ลงไปด้วยเพื่อเพิ่มความอูมามิ แต่วันนี้ทำให้ลูกเลยไม่ได้ใส่ค่ะ
พอรสชาติถูกปากแล้วก็กวาดหมูกับเครื่องเทศที่ผัดไว้ลงไปค่ะ ตุ๋นไฟรุม ๆ ให้เดือดปุด ๆ ไปจนกว่าหมูจะเปื่อย ก็เกือบชั่วโมงล่ะค่ะ (เปลืองแก๊สอย่าบอกใครเลย)
รอจนหมูเปื่อยดีแล้ว จึงใส่ไข่เป็ด ถ้าใครใส่ไข่เป็ดไปพร้อมกันกับหมูแล้วเคี่ยวไปหนึ่งชั่วโมงนี่รับรองว่าได้กินไข่แข็งดึกดำบรรพ์แน่ค่ะ อ้อ ก่อนใส่ไข่เป็ดควรจะปอกเปลือกไข่ออกก่อนนะคะ (ต้องเตือนกันทุกอย่างค่ะ เดี๋ยวจะหาว่าสูตรเราไม่ fool-proof จริง ฮิฮิ)
ใสไข่แล้วต้มต่ออีกสัก 5 นาทีแล้วก็ปิดไฟได้ค่ะ
พะโล้นี่จะให้อร่อยต้องทิ้งไว้อย่างน้อยสองสามชั่วโมงให้เครื่องพะโล้มันเข้าเนื้อ ให้ไข่สีน้ำตาลสวยก่อน หรือจะให้ดีทิ้งข้ามคืนยังได้เลยค่ะ อย่างในรูปนี่แม่แอนทิ้งไว้สองชั่วโมงก่อนค่ะแล้วถึงเอาออกมาถ่ายรูป
พอถึงเวลาจะกินก็หลอกลูกว่าเป็นไข่วิเศษสีน้ำตาล ลูกตื่นตาตื่นใจมาก กินเกลี้ยงเลยค่ะ ฮ่า ๆ สำเร็จไปอีกหนึ่งมื้อ



#1 By khunjud (103.7.57.18|116.68.159.61) on 2012-05-04 16:30