สวัสดีค่ะกังวลเรื่องลูกน้ำหนักน้อย  ลูกกินข้าวน้อย  หรือคนรอบข้างกดดันให้เสริมนมผสมเพื่อเพิ่มน้ำหนักกันไหมคะ  วันนี้อยากแชร์เรื่องมหากาพย์เพิ่มน้ำหนักน้องโรสค่ะ  ตอนอายุ 1 ขวบ แฝดพี่ (โรส) หนักแค่ 8 กิโล ในขณะที่แฝดน้อง (โรบิน) หนักตั้ง 10 กิโลแน่ะ คุณแม่แอบกลุ้มว่าทำไมหนูโรสตัวเล็กจัง ทั้งๆที่เลี้ยงมาเหมือนกัน กินนมแม่เหมือนกันแท้ๆ  แต่น้ำหนักต่างกันตั้ง 2 กิโล  (2 กิโลสำหรับเด็กเล็กแค่นี้มันไม่ใช่น้อยๆเลยนะคะ!)


ก่อนอื่นสำหรับคนที่คนรอบข้างไม่เข้าใจ  มากดดันให้เราให้นมผสมแทนนมแม่เพราะเด็กน้ำหนักน้อย  อยากให้คุณแม่ทุกคนอธิบายให้เขาเข้าใจตรงกันนะคะว่าเมื่อเด็กอายุเกินหนึ่งขวบขึ้นไป เด็กต้องกินอาหารเป็นหลัก  ส่วนน้ำนมนั้นเป็นแค่อาหารเสริม  ดังนั้นถ้าเด็กน้ำหนักน้อยหรือตกเกณฑ์ ก็ต้องมาดูกันที่อาหารที่เด็กกิน ว่าเหมาะสมไหม เพียงพอไหม ทำไมกินแล้วน้ำหนักตัวน้อย   ไม่ใช่ไปโทษว่าเป็นเพราะกินนมแม่แล้วผอม เพราะมันเป็นแค่อาหาร “เสริม”  การเปลี่ยนนมจึงถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดเลย  ย้ำอีกครั้งค่ะ เด็กเกินหนึ่งขวบ ต้องดูเรื่องการกินข้าวเป็นหลัก!  โอเคนะคะ


ทีนี้ลูกกินข้าวน้อย  ไม่ยอมกิน  ทำอย่างไร? ครอบครัวของเราทำแบบนี้ค่ะ

1.  ป้อนเมื่อลูกหิว --  อาจฟังดูทื่อๆ แต่อย่าเพิ่งหัวเราะไปค่ะ  ที่เด็กส่วนใหญ่ไม่ยอมกินก็เพราะเขาไม่หิว! จริงๆนะคะ ไม่ได้พูดกวน  แม่แอนสังเกตน้องโรสกับโรบินมานาน จึงรู้ว่าโรบินเป็นเด็กที่ตื่นมาปุ๊บหิวปั๊บ  ต้องได้กินข้าวเลย ณ เดี๋ยวนั้น ไม่งั้นร้องไห้โวยวาย  ส่วนโรสนั้นเป็นเด็กประเภทที่ตื่นมาต้องให้เธอได้คลานเล่นสักชั่วโมงก่อน แล้วเธอถึงจะพร้อมกิน  ตอนแรกแม่แอนไม่รู้ ก็ตั้งโต๊ะอาหารให้กินพร้อมกันทุกคน ประกอบกับพี่คนโตต้องรีบกินแต่เช้าเพราะต้องไปโรงเรียน  เลยเข้าทาง  ให้กินข้าวแต่เช้ากันทุกคนเลย  ปรากฏว่าน้องโรสกินน้อยมาก  เตรียมข้าวต้มมาสองถ้วย ให้โรสกับโรบินคนละถ้วยก็มักจะจบลงที่โรสกินแค่ครึ่งถ้วย  ส่วนโรบินกินถ้วยครึ่งไปเสียทุกวัน  ทีนี้พอรู้นิสัยลูกก็เลยป้อนโรบินก่อน  โรบินอิ่มแล้วค่อยป้อนโรส  คราวนี้กินได้เยอะพอๆ กันทั้งสองคนเลยค่ะ  คุณแม่ท่านอื่นก็ลองศึกษานิสัยของลูกตัวเองดูนะคะ  พอรู้ใจลูกแล้วอะไรก็จะง่ายขึ้นค่ะ  นอกจากนิสัยส่วนตัวของลูกแล้ว  อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ลูกไม่หิวเมื่อถึงมื้ออาหารก็คือความหวังดีของผู้ใหญ่นี่ล่ะค่ะ  เห็นลูกไม่กินข้าวหรือกินข้าวน้อย  สักพักก็เอาผลไม้มาป้อน  เอาขนม นม เนยมาป้อนๆๆๆ พร่ำเพรื่อไม่หยุด  บอกว่า “สงสารเค้า  ได้กินขนมบ้างกินผลไม้บ้างก็ยังดีกว่าไม่ได้กินอะไรเลย”  กระเพาะเด็กเล็กมากนะคะ  กินของว่างนิด ๆ หน่อย ๆ ตลอดเวลาแบบนี้  จะเหลือท้องไว้กินอาหารหลักมื้อต่อไปได้ยังไงกัน  ดังนั้นห้ามป้อนนมหรืออาหารว่างใดๆ ภายใน 1.5 ชั่วโมงก่อนหน้ามื้ออาหารค่ะ  ปล่อยให้ลูกได้หิวบ้างค่ะ 


2.  ให้อาหารว่างที่เหมาะสม -- กระเพาะลูกยังเล็กมากค่ะ  แม้ในหนังสือจะบอกว่าเด็กหนึ่งขวบควรกินอาหารสามมื้อ  แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ถ้ากินแค่สามมื้อเน้น ๆ  จะถือว่าเว้นช่วงห่างของมื้ออาหารนานเกินไป  กระเพาะของเขายังรับอาหารได้ไม่มากพอที่จะทำให้อิ่มนานไปจนถึงมื้อถัดไปหรอกค่ะ  (เพราะเหตุนี้เขาจึงยังต้องการนมและอาหารว่างแทรกเสริมระหว่างสามมื้อหลักด้วยไงคะการเว้นช่วงไม่ป้อนอาหารว่างระหว่างมื้อเลย ให้ลูกกินแต่นมระหว่างมื้ออาหารจึงเป็นการเสียโอกาสที่จะเพิ่มน้ำหนักให้ลูกค่ะ    สำหรับลูกคนอื่นๆ ที่ไซส์มาตรฐานอาหารว่างของเขาอาจจะหมายถึงแค่แอปเปิ้ลหรือสาลี่หั่นลูกเต๋า  หรือแครอทต้มหั่นแท่ง  แต่สำหรับลูกเราที่ผอมแห้งแรงน้อยไม่ได้เลยค่ะ  ต้องจัดหนัก  เลือกเมนูอาหารว่างที่หนักหน่อยนะคะ  ที่แม่แอนทำให้น้องโรสทานก็มี  มันเทศนึ่งหั่นลูกเต๋า  มักกะโรนีต้มสุก มันฝรั่งบดใส่ไข่แดง (ปั้นเป็นลูกกลม ๆ ให้หยิบกินเอง) ชีสหั่นลูกเต๋า  ถ้าอยากให้กินผลไม้ ก็พวกหนักๆ อย่าง กล้วย  อะโวคาโด  มะม่วงสุก  หรือถ้าวันไหนมีแต่ผลไม้โลว์แคลอรี่ก็ประยุกต์เติมอย่างอื่นเข้าไปได้  น้องโรสก็เคยกินแอปเปิ้ลขูดผสมเนื้อไก่ฉีกฝอยมาแล้ว (ลูกไม่รู้หรอกค่ะว่าอะไรของคาวของหวาน  ผสม ๆ กันไปเหอะ)   ส่วนใครที่ได้รับคำแนะนำมาว่าให้ลูกกินเค้ก  กินขนมหวาน ๆ หรือของมัน ๆ เพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มน้ำหนัก (แม้ว่าคนแนะนำจะเป็นหมอหรือใครก็ตาม) ให้ยั้งมือไว้ก่อนค่ะ  คิดแบบซื่อ ๆ นะคะ  (อันนี้ขอ quote คุณ Erin Kannon) ถ้าเราอยากเพิ่มน้ำหนัก  เรากินพิซซ่า กินเฟรนช์ฟรายง่าย ๆ ก็ได้  แต่ได้ประโยชน์ไหม คำตอบก็คือไม่  ก็เหมือนกันค่ะ  จะให้ลูกกินเค้กอย่างที่ว่า หรือว่าเนื้อไก่ฉีกฝอยผสมแอปเปิ้ลแบบหนูโรสก็อาจจะได้แคลอรี่เท่ากัน  แต่อันไหนลูกได้ประโยชน์มากกว่าคุณแม่ก็พิจารณาเอาเองนะคะ

  
แต่
!!! ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง  อย่าลืมนะคะว่าอาหารว่างก็คืออาหารว่าง  บางทีเห็นลูกชอบกิน แม่ก็ป้อนเสียยกใหญ่  ให้กินเยอะ ๆ  ปรากฏว่าลูกอิ่มแปร้ จนกินมื้อหลักได้น้อย  แบบนั้นก็ไม่ดีค่ะ  อาหารว่างก็ป้อนนิดหน่อย  พอให้ท้องเขาไม่ว่างในระหว่างที่รอมื้ออาหารจริง ๆ เท่านั้นค่ะ 


3.  กินให้เป็นที่เป็นทาง และ ไม่เล่นไปกินไป  -- อันนี้อาจไม่เกี่ยวกับการเพิ่มน้ำหนักของลูกโดยตรง  แต่สำคัญมากและจะเกี่ยวโยงกับนิสัยการกินชั่วชีวิตของลูกเลยค่ะ  เคยเห็นหลายบ้านป้อนข้าวลูกหน้าทีวี  ป้อนข้าวลูกท่ามกลางกองของเล่น  หรือเดินตามป้อนข้าวลูกที่สนามเด็กเล่น  อยากจะบอกว่าคุณพ่อคุณแม่กำลังบ่มนิสัยให้ลูกเป็นคน “กินข้าวไม่เป็น” ค่ะ  การกินอาหารเป็นหนึ่งในวินัยพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนต้องรู้ว่าแม้ไม่อยากทำก็ต้องทำ (เพราะถ้าไม่ทำแล้วตายแน่นอนค่ะ)  การปล่อยให้ลูกเล่นตามใจแล้วเดินตามป้อนข้าวลูกนี่เป็นการสื่อสารให้ลูกทราบว่า  “ลูกไม่ต้องสนใจกินก็ได้ค่ะ  เดี๋ยวแม่จะช่วยตามป้อนให้เอง”  แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ลูกจะรู้คะว่าเขาควรจะต้องสนใจกินอาหารเมื่อถึงเวลาอาหาร   ดังนั้น  เวลากินข้าวต้องให้ลูกนั่งเป็นที่เป็นทาง  นั่งเก้าอี้ได้ก็ให้นั่ง  นั่งไม่ได้ ไม่ยอมนั่ง ก็นั่งรถเข็น (แต่อย่าเข็น  ให้จอดอยู่กับที่) ไม่มีรถเข็นก็ปูเสื่อให้นั่ง  ถ้าลูกคลานหนีก็จับกลับมานั่งบนเสื่อที่เดิมก่อนป้อนข้าวคำต่อไปค่ะ  อย่าคิดว่าตอนนี้ลูกยังเด็กเกินไป  ไม่รีบฝึกตอนเด็ก  คิดว่ารอจนโตแล้วเขาจะยอมทำตามเหรอคะ  ส่วนเรื่องป้อนหน้าทีวีนี่ยิ่งไม่ควรใหญ่เลยค่ะ โดนทีวีสะกดจนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังกินข้าวอยู่  อาจได้ผลดีในระยะสั้น  แต่เป็นผลเสียในระยะยาว  ลูกควรจะกินข้าวเพราะเขาหิวและเขารู้ว่ามันเป็นเวลาอาหารที่เขาจะต้องกิน  ไม่ใช่เพราะถูกป้อนตอนเพลินๆ ไม่รู้เนื้อรู้ตัวค่ะ  ที่สำคัญการป้อนไปเล่นไปหรือดูทีวีไป ทำให้ลูกกินข้าวช้า ไม่ใส่ใจที่จะกิน  บางทีเป็นชั่วโมง ๆ ก็กินไม่เสร็จเสียที  แบบนี้กว่าจะป้อนเสร็จก็ถึงเวลากินมื้อถัดไปพอดี  แล้วมันจะไปหิวได้ยังไงคะ  เด็กที่ตั้งใจกิน  กินแค่ครึ่งชั่วโมงเสร็จ  อีกประมาณสองชั่วโมงต่อมาเขาก็พร้อมที่จะรับอาหารว่างหรือนมได้อีกด้วยนะคะ  คิดง่าย ๆ เด็กที่กินข้าวเสร็จเร็วกว่า  ก็จะมีเวลาระหว่างวันเหลือที่จะกินอาหารว่างได้มากกว่าเด็กที่กินข้าวช้าค่ะ


4.  กินด้วยกัน -- อันนี้ง่าย ๆ เลยค่ะ เด็กชอบเลียนแบบ  เห็นพ่อแม่กินก็อยากทำตาม ดังนั้นพ่อแม่ลูกจึงควรนั่งกินข้าวพร้อมหน้ากันค่ะ  เราก็กิน และป้อนข้าวลูกไปด้วย  ลูกชอบค่ะ มีเพื่อนกินก็กินข้าวอร่อยขึ้นเป็นธรรมดาค่ะ  อันนี้จะเห็นผลได้ชัดในเด็กที่โตหน่อย  อย่างเด็กขวบครึ่งเป็นต้นไป

 

และจากที่ทำมาทั้งหมดนี้ก็ปรากฏว่าน้ำหนักหนูโรสเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยค่ะ (จากที่เคยอยู่ที่เปอร์เซนไทล์ที่ 10 กระเถิบขึ้นมาเป็นเปอร์เซนไทล์ที่ 25) ตัวก็ยังต่อนข้างเล็ก  แขนขายาว ๆ ดูผอม ๆ ไม่จ้ำม่ำ  หลังจากที่มั่นใจแล้วว่าลูกกินอาหารได้เยอะเหมือนเด็กปกติทั่วไป และเราได้ให้อาหารที่เหมาะสมกับลูกแล้ว  แต่ลูกก็ยังตัวแค่นี้  ก็คงสรุปได้ว่ามันเป็นธรรมชาติของเขาล่ะค่ะ (เพราะเขาก็พัฒนาการปกติดีทุกด้าน  ออกจะพัฒนาการไวด้วยซ้ำ  เดินตั้งแต่สิบเดือนแน่ะ) ผู้ใหญ่ยังมีอ้วน ผอม สูง เตี้ย  เด็กก็เหมือนกัน  ไม่รู้จะกังวลไปทำไมค่ะ

 

 

ลูกกินข้าวยาก  น้ำหนักน้อยทำไงดี

สวัสดีค่ะกังวลเรื่องลูกน้ำหนักน้อย  ลูกกินข้าวน้อย  หรือคนรอบข้างกดดันให้เสริมนมผสมเพื่อเพิ่มน้ำหนักกันไหมคะ  วันนี้อยากแชร์เรื่องมหากาพย์เพิ่มน้ำหนักน้องโรสค่ะ  (เบื่อกรณีศึกษาคู่แฝดโรส-โรบินกันหรือยังคะ ^^)    ตอนอายุ 1 ขวบ แฝดพี่ (โรส) หนักแค่ 8 กิโล ในขณะที่แฝดน้อง (โรบิน) หนักตั้ง 10 กิโลแน่ะ คุณแม่แอบกลุ้มว่าทำไมหนูโรสตัวเล็กจัง ทั้งๆที่เลี้ยงมาเหมือนกัน กินนมแม่เหมือนกันแท้ๆ  แต่น้ำหนักต่างกันตั้ง 2 กิโล  (2 กิโลสำหรับเด็กเล็กแค่นี้มันไม่ใช่น้อยๆเลยนะคะ!)

ก่อนอื่นสำหรับคนที่คนรอบข้างไม่เข้าใจ  มากดดันให้เราให้นมผสมแทนนมแม่เพราะเด็กน้ำหนักน้อย  อยากให้คุณแม่ทุกคนอธิบายให้เขาเข้าใจตรงกันนะคะว่าเมื่อเด็กอายุเกินหนึ่งขวบขึ้นไป เด็กต้องกินอาหารเป็นหลัก  ส่วนน้ำนมนั้นเป็นแค่อาหารเสริม  ดังนั้นถ้าเด็กน้ำหนักน้อยหรือตกเกณฑ์ ก็ต้องมาดูกันที่อาหารที่เด็กกิน ว่าเหมาะสมไหม เพียงพอไหม ทำไมกินแล้วน้ำหนักตัวน้อย   ไม่ใช่ไปโทษว่าเป็นเพราะกินนมแม่แล้วผอม เพราะมันเป็นแค่อาหาร “เสริม”  การเปลี่ยนนมจึงถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดเลย  ย้ำอีกครั้งค่ะ เด็กเกินหนึ่งขวบ ต้องดูเรื่องการกินข้าวเป็นหลัก!  โอเคนะคะ

ทีนี้ลูกกินข้าวน้อย  ไม่ยอมกิน  ทำอย่างไร? ครอบครัวของเราทำแบบนี้ค่ะ

1.       ป้อนเมื่อลูกหิว --  อาจฟังดูทื่อๆ แต่อย่าเพิ่งหัวเราะไปค่ะ  ที่เด็กส่วนใหญ่ไม่ยอมกินก็เพราะเขาไม่หิว! จริงๆนะคะ ไม่ได้พูดกวน  แม่แอนสังเกตน้องโรสกับโรบินมานาน จึงรู้ว่าโรบินเป็นเด็กที่ตื่นมาปุ๊บหิวปั๊บ  ต้องได้กินข้าวเลย ณ เดี๋ยวนั้น ไม่งั้นร้องไห้โวยวาย  ส่วนโรสนั้นเป็นเด็กประเภทที่ตื่นมาต้องให้เธอได้คลานเล่นสักชั่วโมงก่อน แล้วเธอถึงจะพร้อมกิน  ตอนแรกแม่แอนไม่รู้ ก็ตั้งโต๊ะอาหารให้กินพร้อมกันทุกคน ประกอบกับพี่คนโตต้องรีบกินแต่เช้าเพราะต้องไปโรงเรียน  เลยเข้าทาง  ให้กินข้าวแต่เช้ากันทุกคนเลย  ปรากฏว่าน้องโรสกินน้อยมาก  เตรียมข้าวต้มมาสองถ้วย ให้โรสกับโรบินคนละถ้วยก็มักจะจบลงที่โรสกินแค่ครึ่งถ้วย  ส่วนโรบินกินถ้วยครึ่งไปเสียทุกวัน  ทีนี้พอรู้นิสัยลูกก็เลยป้อนโรบินก่อน  โรบินอิ่มแล้วค่อยป้อนโรส  คราวนี้กินได้เยอะพอๆ กันทั้งสองคนเลยค่ะ  คุณแม่ท่านอื่นก็ลองศึกษานิสัยของลูกตัวเองดูนะคะ  พอรู้ใจลูกแล้วอะไรก็จะง่ายขึ้นค่ะ  นอกจากนิสัยส่วนตัวของลูกแล้ว  อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ลูกไม่หิวเมื่อถึงมื้ออาหารก็คือความหวังดีของผู้ใหญ่นี่ล่ะค่ะ  เห็นลูกไม่กินข้าวหรือกินข้าวน้อย  สักพักก็เอาผลไม้มาป้อน  เอาขนม นม เนยมาป้อนๆๆๆ พร่ำเพรื่อไม่หยุด  บอกว่า “สงสารเค้า  ได้กินขนมบ้างกินผลไม้บ้างก็ยังดีกว่าไม่ได้กินอะไรเลย”  กระเพาะเด็กเล็กมากนะคะ  กินของว่างนิด ๆ หน่อย ๆ ตลอดเวลาแบบนี้  จะเหลือท้องไว้กินอาหารหลักมื้อต่อไปได้ยังไงกัน  ดังนั้นห้ามป้อนนมหรืออาหารว่างใดๆ ภายใน 1.5 ชั่วโมงก่อนหน้ามื้ออาหารค่ะ  ปล่อยให้ลูกได้หิวบ้างค่ะ 

2.       ให้อาหารว่างที่เหมาะสม -- กระเพาะลูกยังเล็กมากค่ะ  แม้ในหนังสือจะบอกว่าเด็กหนึ่งขวบควรกินอาหารสามมื้อ  แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ถ้ากินแค่สามมื้อเน้น ๆ  จะถือว่าเว้นช่วงห่างของมื้ออาหารนานเกินไป  กระเพาะของเขายังรับอาหารได้ไม่มากพอที่จะทำให้อิ่มนานไปจนถึงมื้อถัดไปหรอกค่ะ  (เพราะเหตุนี้เขาจึงยังต้องการนมและอาหารว่างแทรกเสริมระหว่างสามมื้อหลักด้วยไงคะการเว้นช่วงไม่ป้อนอาหารว่างระหว่างมื้อเลย ให้ลูกกินแต่นมระหว่างมื้ออาหารจึงเป็นการเสียโอกาสที่จะเพิ่มน้ำหนักให้ลูกค่ะ    สำหรับลูกคนอื่นๆ ที่ไซส์มาตรฐานอาหารว่างของเขาอาจจะหมายถึงแค่แอปเปิ้ลหรือสาลี่หั่นลูกเต๋า  หรือแครอทต้มหั่นแท่ง  แต่สำหรับลูกเราที่ผอมแห้งแรงน้อยไม่ได้เลยค่ะ  ต้องจัดหนัก  เลือกเมนูอาหารว่างที่หนักหน่อยนะคะ  ที่แม่แอนทำให้น้องโรสทานก็มี  มันเทศนึ่งหั่นลูกเต๋า  มักกะโรนีต้มสุก มันฝรั่งบดใส่ไข่แดง (ปั้นเป็นลูกกลม ๆ ให้หยิบกินเอง) ชีสหั่นลูกเต๋า  ถ้าอยากให้กินผลไม้ ก็พวกหนักๆ อย่าง กล้วย  อะโวคาโด  มะม่วงสุก  หรือถ้าวันไหนมีแต่ผลไม้โลว์แคลอรี่อก็ประยุกต์เติมอย่างอื่นเข้าไปได้  น้องโรสก็เคยกินแอปเปิ้ลขูดผสมเนื้อไก่ฉีกฝอยมาแล้ว (ลูกไม่รู้หรอกค่ะว่าอะไรของคาวของหวาน  ผสม ๆ กันไปเหอะ)   ส่วนใครที่ได้รับคำแนะนำมาว่าให้ลูกกินเค้ก  กินขนมหวาน ๆ หรือของมัน ๆ เพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มน้ำหนัก (แม้ว่าคนแนะนำจะเป็นหมอหรือใครก็ตาม) ให้ยั้งมือไว้ก่อนค่ะ  คิดแบบซื่อ ๆ นะคะ  (อันนี้ขอ quote คุณ Erin Kannon) ถ้าเราอยากเพิ่มน้ำหนัก  เรากินพิซซ่า กินเฟรนช์ฟรายง่าย ๆ ก็ได้  แต่ได้ประโยชน์ไหม คำตอบก็คือไม่  ก็เหมือนกันค่ะ  จะให้ลูกกินเค้กอย่างที่ว่า หรือว่าเนื้อไก่ฉีกฝอยผสมแอปเปิ้ลแบบหนูโรสก็อาจจะได้แคลอรี่เท่ากัน  แต่อันไหนลูกได้ประโยชน์มากกว่าคุณแม่ก็พิจารณาเอาเองนะคะ   
แต่
!!! ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง  อย่าลืมนะคะว่าอาหารว่างก็คืออาหารว่าง  บางทีเห็นลูกชอบกิน แม่ก็ป้อนเสียยกใหญ่  ให้กินเยอะ ๆ  ปรากฏว่าลูกอิ่มแปร้ จนกินมื้อหลักได้น้อย  แบบนั้นก็ไม่ดีค่ะ  อาหารว่างก็ป้อนนิดหน่อย  พอให้ท้องเขาไม่ว่างในระหว่างที่รอมื้ออาหารจริง ๆ เท่านั้นค่ะ 

3.       กินให้เป็นที่เป็นทาง และ ไม่เล่นไปกินไป  -- อันนี้อาจไม่เกี่ยวกับการเพิ่มน้ำหนักของลูกโดยตรง  แต่สำคัญมากและจะเกี่ยวโยงกับนิสัยการกินชั่วชีวิตของลูกเลยค่ะ  เคยเห็นหลายบ้านป้อนข้าวลูกหน้าทีวี  ป้อนข้าวลูกท่ามกลางกองของเล่น  หรือเดินตามป้อนข้าวลูกที่สนามเด็กเล่น  อยากจะบอกว่าคุณพ่อคุณแม่กำลังบ่มนิสัยให้ลูกเป็นคน “กินข้าวไม่เป็น” ค่ะ  การกินอาหารเป็นหนึ่งในวินัยพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนต้องรู้ว่าแม้ไม่อยากทำก็ต้องทำ (เพราะถ้าไม่ทำแล้วตายแน่นอนค่ะ)  การปล่อยให้ลูกเล่นตามใจแล้วเดินตามป้อนข้าวลูกนี่เป็นการสื่อสารให้ลูกทราบว่า  “ลูกไม่ต้องสนใจกินก็ได้ค่ะ  เดี๋ยวแม่จะช่วยตามป้อนให้เอง”  แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ลูกจะรู้คะว่าเขาควรจะต้องสนใจกินอาหารเมื่อถึงเวลาอาหาร   ดังนั้น  เวลากินข้าวต้องให้ลูกนั่งเป็นที่เป็นทาง  นั่งเก้าอี้ได้ก็ให้นั่ง  นั่งไม่ได้ ไม่ยอมนั่ง ก็นั่งรถเข็น (แต่อย่าเข็น  ให้จอดอยู่กับที่) ไม่มีรถเข็นก็ปูเสื่อให้นั่ง  ถ้าลูกคลานหนีก็จับกลับมานั่งบนเสื่อที่เดิมก่อนป้อนข้าวคำต่อไปค่ะ  อย่าคิดว่าตอนนี้ลูกยังเด็กเกินไป  ไม่รีบฝึกตอนเด็ก  คิดว่ารอจนโตแล้วเขาจะยอมทำตามเหรอคะ  ส่วนเรื่องป้อนหน้าทีวีนี่ยิ่งไม่ควรใหญ่เลยค่ะ โดนทีวีสะกดจนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังกินข้าวอยู่  อาจได้ผลดีในระยะสั้น  แต่เป็นผลเสียในระยะยาว  ลูกควรจะกินข้าวเพราะเขาหิวและเขารู้ว่ามันเป็นเวลาอาหารที่เขาจะต้องกิน  ไม่ใช่เพราะถูกป้อนตอนเพลินๆ ไม่รู้เนื้อรู้ตัวค่ะ  ที่สำคัญการป้อนไปเล่นไปหรือดูทีวีไป ทำให้ลูกกินข้าวช้า ไม่ใส่ใจที่จะกิน  บางทีเป็นชั่วโมง ๆ ก็กินไม่เสร็จเสียที  แบบนี้กว่าจะป้อนเสร็จก็ถึงเวลากินมื้อถัดไปพอดี  แล้วมันจะไปหิวได้ยังไงคะ  เด็กที่ตั้งใจกิน  กินแค่ครึ่งชั่วโมงเสร็จ  อีกประมาณสองชั่วโมงต่อมาเขาก็พร้อมที่จะรับอาหารว่างหรือนมได้อีกด้วยนะคะ  คิดง่าย ๆ เด็กที่กินข้าวเสร็จเร็วกว่า  ก็จะมีเวลาระหว่างวันเหลือที่จะกินอาหารว่างได้มากกว่าเด็กที่กินข้าวช้าค่ะ

4.       กินด้วยกัน -- อันนี้ง่าย ๆ เลยค่ะ เด็กชอบเลียนแบบ  เห็นพ่อแม่กินก็อยากทำตาม ดังนั้นพ่อแม่ลูกจึงควรนั่งกินข้าวพร้อมหน้ากันค่ะ  เราก็กิน และป้อนข้าวลูกไปด้วย  ลูกชอบค่ะ มีเพื่อนกินก็กินข้าวอร่อยขึ้นเป็นธรรมดาค่ะ  อันนี้จะเห็นผลได้ชัดในเด็กที่โตหน่อย  อย่างเด็กขวบครึ่งเป็นต้นไป

 

และจากที่ทำมาทั้งหมดนี้ก็ปรากฏว่าน้ำหนักหนูโรสเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยค่ะ (จากที่เคยอยู่ที่เปอร์เซนไทล์ที่ 10 กระเถิบขึ้นมาเป็นเปอร์เซนไทล์ที่ 25) ตัวก็ยังต่อนข้างเล็ก  แขนขายาว ๆ ดูผอม ๆ ไม่จ้ำม่ำ  หลังจากที่มั่นใจแล้วว่าลูกกินอาหารได้เยอะเหมือนเด็กปกติทั่วไป และเราได้ให้อาหารที่เหมาะสมกับลูกแล้ว  แต่ลูกก็ยังตัวแค่นี้  ก็คงสรุปได้ว่ามันเป็นธรรมชาติของเขาล่ะค่ะ (เพราะเขาก็พัฒนาการปกติดีทุกด้าน  ออกจะพัฒนาการไวด้วยซ้ำ  เดินตั้งแต่สิบเดือนแน่ะ) ผู้ใหญ่ยังมีอ้วน ผอม สูง เตี้ย  เด็กก็เหมือนกัน  ไม่รู้จะกังวลไปทำไมค่ะ

 

 

เปอร์เซนไทล์ที่