ลูกกินข้าวยาก น้ำหนักน้อยทำไงดี
posted on 30 Jan 2012 03:50 by mother2sonสวัสดีค่ะกังวลเรื่องลูกน้ำหนักน้อย ลูกกินข้าวน้อย หรือคนรอบข้างกดดันให้เสริมนมผสมเพื่อเพิ่มน้ำหนักกันไหมคะ วันนี้อยากแชร์เรื่องมหากาพย์เพิ่มน้ำหนักน้องโรสค่ะ ตอนอายุ 1 ขวบ แฝดพี่ (โรส) หนักแค่ 8 กิโล ในขณะที่แฝดน้อง (โรบิน) หนักตั้ง 10 กิโลแน่ะ คุณแม่แอบกลุ้มว่าทำไมหนูโรสตัวเล็กจัง ทั้งๆที่เลี้ยงมาเหมือนกัน กินนมแม่เหมือนกันแท้ๆ แต่น้ำหนักต่างกันตั้ง 2 กิโล (2 กิโลสำหรับเด็กเล็กแค่นี้มันไม่ใช่น้อยๆเลยนะคะ!)
ก่อนอื่นสำหรับคนที่คนรอบข้างไม่เข้าใจ มากดดันให้เราให้นมผสมแทนนมแม่เพราะเด็กน้ำหนักน้อย อยากให้คุณแม่ทุกคนอธิบายให้เขาเข้าใจตรงกันนะคะว่าเมื่อเด็กอายุเกินหนึ่งขวบขึ้นไป เด็กต้องกินอาหารเป็นหลัก ส่วนน้ำนมนั้นเป็นแค่อาหารเสริม ดังนั้นถ้าเด็กน้ำหนักน้อยหรือตกเกณฑ์ ก็ต้องมาดูกันที่อาหารที่เด็กกิน ว่าเหมาะสมไหม เพียงพอไหม ทำไมกินแล้วน้ำหนักตัวน้อย ไม่ใช่ไปโทษว่าเป็นเพราะกินนมแม่แล้วผอม เพราะมันเป็นแค่อาหาร “เสริม” การเปลี่ยนนมจึงถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดเลย ย้ำอีกครั้งค่ะ เด็กเกินหนึ่งขวบ ต้องดูเรื่องการกินข้าวเป็นหลัก! โอเคนะคะ
ทีนี้ลูกกินข้าวน้อย ไม่ยอมกิน ทำอย่างไร? ครอบครัวของเราทำแบบนี้ค่ะ
1. ป้อนเมื่อลูกหิว -- อาจฟังดูทื่อๆ แต่อย่าเพิ่งหัวเราะไปค่ะ ที่เด็กส่วนใหญ่ไม่ยอมกินก็เพราะเขาไม่หิว! จริงๆนะคะ ไม่ได้พูดกวน แม่แอนสังเกตน้องโรสกับโรบินมานาน จึงรู้ว่าโรบินเป็นเด็กที่ตื่นมาปุ๊บหิวปั๊บ ต้องได้กินข้าวเลย ณ เดี๋ยวนั้น ไม่งั้นร้องไห้โวยวาย ส่วนโรสนั้นเป็นเด็กประเภทที่ตื่นมาต้องให้เธอได้คลานเล่นสักชั่วโมงก่อน แล้วเธอถึงจะพร้อมกิน ตอนแรกแม่แอนไม่รู้ ก็ตั้งโต๊ะอาหารให้กินพร้อมกันทุกคน ประกอบกับพี่คนโตต้องรีบกินแต่เช้าเพราะต้องไปโรงเรียน เลยเข้าทาง ให้กินข้าวแต่เช้ากันทุกคนเลย ปรากฏว่าน้องโรสกินน้อยมาก เตรียมข้าวต้มมาสองถ้วย ให้โรสกับโรบินคนละถ้วยก็มักจะจบลงที่โรสกินแค่ครึ่งถ้วย ส่วนโรบินกินถ้วยครึ่งไปเสียทุกวัน ทีนี้พอรู้นิสัยลูกก็เลยป้อนโรบินก่อน โรบินอิ่มแล้วค่อยป้อนโรส คราวนี้กินได้เยอะพอๆ กันทั้งสองคนเลยค่ะ คุณแม่ท่านอื่นก็ลองศึกษานิสัยของลูกตัวเองดูนะคะ พอรู้ใจลูกแล้วอะไรก็จะง่ายขึ้นค่ะ นอกจากนิสัยส่วนตัวของลูกแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ลูกไม่หิวเมื่อถึงมื้ออาหารก็คือความหวังดีของผู้ใหญ่นี่ล่ะค่ะ เห็นลูกไม่กินข้าวหรือกินข้าวน้อย สักพักก็เอาผลไม้มาป้อน เอาขนม นม เนยมาป้อนๆๆๆ พร่ำเพรื่อไม่หยุด บอกว่า “สงสารเค้า ได้กินขนมบ้างกินผลไม้บ้างก็ยังดีกว่าไม่ได้กินอะไรเลย” กระเพาะเด็กเล็กมากนะคะ กินของว่างนิด ๆ หน่อย ๆ ตลอดเวลาแบบนี้ จะเหลือท้องไว้กินอาหารหลักมื้อต่อไปได้ยังไงกัน ดังนั้นห้ามป้อนนมหรืออาหารว่างใดๆ ภายใน 1.5 ชั่วโมงก่อนหน้ามื้ออาหารค่ะ ปล่อยให้ลูกได้หิวบ้างค่ะ
2. ให้อาหารว่างที่เหมาะสม -- กระเพาะลูกยังเล็กมากค่ะ แม้ในหนังสือจะบอกว่าเด็กหนึ่งขวบควรกินอาหารสามมื้อ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ถ้ากินแค่สามมื้อเน้น ๆ จะถือว่าเว้นช่วงห่างของมื้ออาหารนานเกินไป กระเพาะของเขายังรับอาหารได้ไม่มากพอที่จะทำให้อิ่มนานไปจนถึงมื้อถัดไปหรอกค่ะ (เพราะเหตุนี้เขาจึงยังต้องการนมและอาหารว่างแทรกเสริมระหว่างสามมื้อหลักด้วยไงคะ) การเว้นช่วงไม่ป้อนอาหารว่างระหว่างมื้อเลย ให้ลูกกินแต่นมระหว่างมื้ออาหารจึงเป็นการเสียโอกาสที่จะเพิ่มน้ำหนักให้ลูกค่ะ สำหรับลูกคนอื่นๆ ที่ไซส์มาตรฐานอาหารว่างของเขาอาจจะหมายถึงแค่แอปเปิ้ลหรือสาลี่หั่นลูกเต๋า หรือแครอทต้มหั่นแท่ง แต่สำหรับลูกเราที่ผอมแห้งแรงน้อยไม่ได้เลยค่ะ ต้องจัดหนัก เลือกเมนูอาหารว่างที่หนักหน่อยนะคะ ที่แม่แอนทำให้น้องโรสทานก็มี มันเทศนึ่งหั่นลูกเต๋า มักกะโรนีต้มสุก มันฝรั่งบดใส่ไข่แดง (ปั้นเป็นลูกกลม ๆ ให้หยิบกินเอง) ชีสหั่นลูกเต๋า ถ้าอยากให้กินผลไม้ ก็พวกหนักๆ อย่าง กล้วย อะโวคาโด มะม่วงสุก หรือถ้าวันไหนมีแต่ผลไม้โลว์แคลอรี่ก็ประยุกต์เติมอย่างอื่นเข้าไปได้ น้องโรสก็เคยกินแอปเปิ้ลขูดผสมเนื้อไก่ฉีกฝอยมาแล้ว (ลูกไม่รู้หรอกค่ะว่าอะไรของคาวของหวาน ผสม ๆ กันไปเหอะ) ส่วนใครที่ได้รับคำแนะนำมาว่าให้ลูกกินเค้ก กินขนมหวาน ๆ หรือของมัน ๆ เพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มน้ำหนัก (แม้ว่าคนแนะนำจะเป็นหมอหรือใครก็ตาม) ให้ยั้งมือไว้ก่อนค่ะ คิดแบบซื่อ ๆ นะคะ (อันนี้ขอ quote คุณ Erin Kannon) ถ้าเราอยากเพิ่มน้ำหนัก เรากินพิซซ่า กินเฟรนช์ฟรายง่าย ๆ ก็ได้ แต่ได้ประโยชน์ไหม คำตอบก็คือไม่ ก็เหมือนกันค่ะ จะให้ลูกกินเค้กอย่างที่ว่า หรือว่าเนื้อไก่ฉีกฝอยผสมแอปเปิ้ลแบบหนูโรสก็อาจจะได้แคลอรี่เท่ากัน แต่อันไหนลูกได้ประโยชน์มากกว่าคุณแม่ก็พิจารณาเอาเองนะคะ
แต่!!! ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง อย่าลืมนะคะว่าอาหารว่างก็คืออาหารว่าง บางทีเห็นลูกชอบกิน แม่ก็ป้อนเสียยกใหญ่ ให้กินเยอะ ๆ ปรากฏว่าลูกอิ่มแปร้ จนกินมื้อหลักได้น้อย แบบนั้นก็ไม่ดีค่ะ อาหารว่างก็ป้อนนิดหน่อย พอให้ท้องเขาไม่ว่างในระหว่างที่รอมื้ออาหารจริง ๆ เท่านั้นค่ะ
3. กินให้เป็นที่เป็นทาง และ ไม่เล่นไปกินไป -- อันนี้อาจไม่เกี่ยวกับการเพิ่มน้ำหนักของลูกโดยตรง แต่สำคัญมากและจะเกี่ยวโยงกับนิสัยการกินชั่วชีวิตของลูกเลยค่ะ เคยเห็นหลายบ้านป้อนข้าวลูกหน้าทีวี ป้อนข้าวลูกท่ามกลางกองของเล่น หรือเดินตามป้อนข้าวลูกที่สนามเด็กเล่น อยากจะบอกว่าคุณพ่อคุณแม่กำลังบ่มนิสัยให้ลูกเป็นคน “กินข้าวไม่เป็น” ค่ะ การกินอาหารเป็นหนึ่งในวินัยพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนต้องรู้ว่าแม้ไม่อยากทำก็ต้องทำ (เพราะถ้าไม่ทำแล้วตายแน่นอนค่ะ) การปล่อยให้ลูกเล่นตามใจแล้วเดินตามป้อนข้าวลูกนี่เป็นการสื่อสารให้ลูกทราบว่า “ลูกไม่ต้องสนใจกินก็ได้ค่ะ เดี๋ยวแม่จะช่วยตามป้อนให้เอง” แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ลูกจะรู้คะว่าเขาควรจะต้องสนใจกินอาหารเมื่อถึงเวลาอาหาร ดังนั้น เวลากินข้าวต้องให้ลูกนั่งเป็นที่เป็นทาง นั่งเก้าอี้ได้ก็ให้นั่ง นั่งไม่ได้ ไม่ยอมนั่ง ก็นั่งรถเข็น (แต่อย่าเข็น ให้จอดอยู่กับที่) ไม่มีรถเข็นก็ปูเสื่อให้นั่ง ถ้าลูกคลานหนีก็จับกลับมานั่งบนเสื่อที่เดิมก่อนป้อนข้าวคำต่อไปค่ะ อย่าคิดว่าตอนนี้ลูกยังเด็กเกินไป ไม่รีบฝึกตอนเด็ก คิดว่ารอจนโตแล้วเขาจะยอมทำตามเหรอคะ ส่วนเรื่องป้อนหน้าทีวีนี่ยิ่งไม่ควรใหญ่เลยค่ะ โดนทีวีสะกดจนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังกินข้าวอยู่ อาจได้ผลดีในระยะสั้น แต่เป็นผลเสียในระยะยาว ลูกควรจะกินข้าวเพราะเขาหิวและเขารู้ว่ามันเป็นเวลาอาหารที่เขาจะต้องกิน ไม่ใช่เพราะถูกป้อนตอนเพลินๆ ไม่รู้เนื้อรู้ตัวค่ะ ที่สำคัญการป้อนไปเล่นไปหรือดูทีวีไป ทำให้ลูกกินข้าวช้า ไม่ใส่ใจที่จะกิน บางทีเป็นชั่วโมง ๆ ก็กินไม่เสร็จเสียที แบบนี้กว่าจะป้อนเสร็จก็ถึงเวลากินมื้อถัดไปพอดี แล้วมันจะไปหิวได้ยังไงคะ เด็กที่ตั้งใจกิน กินแค่ครึ่งชั่วโมงเสร็จ อีกประมาณสองชั่วโมงต่อมาเขาก็พร้อมที่จะรับอาหารว่างหรือนมได้อีกด้วยนะคะ คิดง่าย ๆ เด็กที่กินข้าวเสร็จเร็วกว่า ก็จะมีเวลาระหว่างวันเหลือที่จะกินอาหารว่างได้มากกว่าเด็กที่กินข้าวช้าค่ะ
4. กินด้วยกัน -- อันนี้ง่าย ๆ เลยค่ะ เด็กชอบเลียนแบบ เห็นพ่อแม่กินก็อยากทำตาม ดังนั้นพ่อแม่ลูกจึงควรนั่งกินข้าวพร้อมหน้ากันค่ะ เราก็กิน และป้อนข้าวลูกไปด้วย ลูกชอบค่ะ มีเพื่อนกินก็กินข้าวอร่อยขึ้นเป็นธรรมดาค่ะ อันนี้จะเห็นผลได้ชัดในเด็กที่โตหน่อย อย่างเด็กขวบครึ่งเป็นต้นไป
และจากที่ทำมาทั้งหมดนี้ก็ปรากฏว่าน้ำหนักหนูโรสเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยค่ะ (จากที่เคยอยู่ที่เปอร์เซนไทล์ที่ 10 กระเถิบขึ้นมาเป็นเปอร์เซนไทล์ที่ 25) ตัวก็ยังต่อนข้างเล็ก แขนขายาว ๆ ดูผอม ๆ ไม่จ้ำม่ำ หลังจากที่มั่นใจแล้วว่าลูกกินอาหารได้เยอะเหมือนเด็กปกติทั่วไป และเราได้ให้อาหารที่เหมาะสมกับลูกแล้ว แต่ลูกก็ยังตัวแค่นี้ ก็คงสรุปได้ว่ามันเป็นธรรมชาติของเขาล่ะค่ะ (เพราะเขาก็พัฒนาการปกติดีทุกด้าน ออกจะพัฒนาการไวด้วยซ้ำ เดินตั้งแต่สิบเดือนแน่ะ) ผู้ใหญ่ยังมีอ้วน ผอม สูง เตี้ย เด็กก็เหมือนกัน ไม่รู้จะกังวลไปทำไมค่ะ
ลูกกินข้าวยาก น้ำหนักน้อยทำไงดี
สวัสดีค่ะกังวลเรื่องลูกน้ำหนักน้อย ลูกกินข้าวน้อย หรือคนรอบข้างกดดันให้เสริมนมผสมเพื่อเพิ่มน้ำหนักกันไหมคะ วันนี้อยากแชร์เรื่องมหากาพย์เพิ่มน้ำหนักน้องโรสค่ะ (เบื่อกรณีศึกษาคู่แฝดโรส-โรบินกันหรือยังคะ ^^) ตอนอายุ 1 ขวบ แฝดพี่ (โรส) หนักแค่ 8 กิโล ในขณะที่แฝดน้อง (โรบิน) หนักตั้ง 10 กิโลแน่ะ คุณแม่แอบกลุ้มว่าทำไมหนูโรสตัวเล็กจัง ทั้งๆที่เลี้ยงมาเหมือนกัน กินนมแม่เหมือนกันแท้ๆ แต่น้ำหนักต่างกันตั้ง 2 กิโล (2 กิโลสำหรับเด็กเล็กแค่นี้มันไม่ใช่น้อยๆเลยนะคะ!)
ก่อนอื่นสำหรับคนที่คนรอบข้างไม่เข้าใจ มากดดันให้เราให้นมผสมแทนนมแม่เพราะเด็กน้ำหนักน้อย อยากให้คุณแม่ทุกคนอธิบายให้เขาเข้าใจตรงกันนะคะว่าเมื่อเด็กอายุเกินหนึ่งขวบขึ้นไป เด็กต้องกินอาหารเป็นหลัก ส่วนน้ำนมนั้นเป็นแค่อาหารเสริม ดังนั้นถ้าเด็กน้ำหนักน้อยหรือตกเกณฑ์ ก็ต้องมาดูกันที่อาหารที่เด็กกิน ว่าเหมาะสมไหม เพียงพอไหม ทำไมกินแล้วน้ำหนักตัวน้อย ไม่ใช่ไปโทษว่าเป็นเพราะกินนมแม่แล้วผอม เพราะมันเป็นแค่อาหาร “เสริม” การเปลี่ยนนมจึงถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดเลย ย้ำอีกครั้งค่ะ เด็กเกินหนึ่งขวบ ต้องดูเรื่องการกินข้าวเป็นหลัก! โอเคนะคะ
ทีนี้ลูกกินข้าวน้อย ไม่ยอมกิน ทำอย่างไร? ครอบครัวของเราทำแบบนี้ค่ะ
1. ป้อนเมื่อลูกหิว -- อาจฟังดูทื่อๆ แต่อย่าเพิ่งหัวเราะไปค่ะ ที่เด็กส่วนใหญ่ไม่ยอมกินก็เพราะเขาไม่หิว! จริงๆนะคะ ไม่ได้พูดกวน แม่แอนสังเกตน้องโรสกับโรบินมานาน จึงรู้ว่าโรบินเป็นเด็กที่ตื่นมาปุ๊บหิวปั๊บ ต้องได้กินข้าวเลย ณ เดี๋ยวนั้น ไม่งั้นร้องไห้โวยวาย ส่วนโรสนั้นเป็นเด็กประเภทที่ตื่นมาต้องให้เธอได้คลานเล่นสักชั่วโมงก่อน แล้วเธอถึงจะพร้อมกิน ตอนแรกแม่แอนไม่รู้ ก็ตั้งโต๊ะอาหารให้กินพร้อมกันทุกคน ประกอบกับพี่คนโตต้องรีบกินแต่เช้าเพราะต้องไปโรงเรียน เลยเข้าทาง ให้กินข้าวแต่เช้ากันทุกคนเลย ปรากฏว่าน้องโรสกินน้อยมาก เตรียมข้าวต้มมาสองถ้วย ให้โรสกับโรบินคนละถ้วยก็มักจะจบลงที่โรสกินแค่ครึ่งถ้วย ส่วนโรบินกินถ้วยครึ่งไปเสียทุกวัน ทีนี้พอรู้นิสัยลูกก็เลยป้อนโรบินก่อน โรบินอิ่มแล้วค่อยป้อนโรส คราวนี้กินได้เยอะพอๆ กันทั้งสองคนเลยค่ะ คุณแม่ท่านอื่นก็ลองศึกษานิสัยของลูกตัวเองดูนะคะ พอรู้ใจลูกแล้วอะไรก็จะง่ายขึ้นค่ะ นอกจากนิสัยส่วนตัวของลูกแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ลูกไม่หิวเมื่อถึงมื้ออาหารก็คือความหวังดีของผู้ใหญ่นี่ล่ะค่ะ เห็นลูกไม่กินข้าวหรือกินข้าวน้อย สักพักก็เอาผลไม้มาป้อน เอาขนม นม เนยมาป้อนๆๆๆ พร่ำเพรื่อไม่หยุด บอกว่า “สงสารเค้า ได้กินขนมบ้างกินผลไม้บ้างก็ยังดีกว่าไม่ได้กินอะไรเลย” กระเพาะเด็กเล็กมากนะคะ กินของว่างนิด ๆ หน่อย ๆ ตลอดเวลาแบบนี้ จะเหลือท้องไว้กินอาหารหลักมื้อต่อไปได้ยังไงกัน ดังนั้นห้ามป้อนนมหรืออาหารว่างใดๆ ภายใน 1.5 ชั่วโมงก่อนหน้ามื้ออาหารค่ะ ปล่อยให้ลูกได้หิวบ้างค่ะ
2. ให้อาหารว่างที่เหมาะสม -- กระเพาะลูกยังเล็กมากค่ะ แม้ในหนังสือจะบอกว่าเด็กหนึ่งขวบควรกินอาหารสามมื้อ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ถ้ากินแค่สามมื้อเน้น ๆ จะถือว่าเว้นช่วงห่างของมื้ออาหารนานเกินไป กระเพาะของเขายังรับอาหารได้ไม่มากพอที่จะทำให้อิ่มนานไปจนถึงมื้อถัดไปหรอกค่ะ (เพราะเหตุนี้เขาจึงยังต้องการนมและอาหารว่างแทรกเสริมระหว่างสามมื้อหลักด้วยไงคะ) การเว้นช่วงไม่ป้อนอาหารว่างระหว่างมื้อเลย ให้ลูกกินแต่นมระหว่างมื้ออาหารจึงเป็นการเสียโอกาสที่จะเพิ่มน้ำหนักให้ลูกค่ะ สำหรับลูกคนอื่นๆ ที่ไซส์มาตรฐานอาหารว่างของเขาอาจจะหมายถึงแค่แอปเปิ้ลหรือสาลี่หั่นลูกเต๋า หรือแครอทต้มหั่นแท่ง แต่สำหรับลูกเราที่ผอมแห้งแรงน้อยไม่ได้เลยค่ะ ต้องจัดหนัก เลือกเมนูอาหารว่างที่หนักหน่อยนะคะ ที่แม่แอนทำให้น้องโรสทานก็มี มันเทศนึ่งหั่นลูกเต๋า มักกะโรนีต้มสุก มันฝรั่งบดใส่ไข่แดง (ปั้นเป็นลูกกลม ๆ ให้หยิบกินเอง) ชีสหั่นลูกเต๋า ถ้าอยากให้กินผลไม้ ก็พวกหนักๆ อย่าง กล้วย อะโวคาโด มะม่วงสุก หรือถ้าวันไหนมีแต่ผลไม้โลว์แคลอรี่อก็ประยุกต์เติมอย่างอื่นเข้าไปได้ น้องโรสก็เคยกินแอปเปิ้ลขูดผสมเนื้อไก่ฉีกฝอยมาแล้ว (ลูกไม่รู้หรอกค่ะว่าอะไรของคาวของหวาน ผสม ๆ กันไปเหอะ) ส่วนใครที่ได้รับคำแนะนำมาว่าให้ลูกกินเค้ก กินขนมหวาน ๆ หรือของมัน ๆ เพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มน้ำหนัก (แม้ว่าคนแนะนำจะเป็นหมอหรือใครก็ตาม) ให้ยั้งมือไว้ก่อนค่ะ คิดแบบซื่อ ๆ นะคะ (อันนี้ขอ quote คุณ Erin Kannon) ถ้าเราอยากเพิ่มน้ำหนัก เรากินพิซซ่า กินเฟรนช์ฟรายง่าย ๆ ก็ได้ แต่ได้ประโยชน์ไหม คำตอบก็คือไม่ ก็เหมือนกันค่ะ จะให้ลูกกินเค้กอย่างที่ว่า หรือว่าเนื้อไก่ฉีกฝอยผสมแอปเปิ้ลแบบหนูโรสก็อาจจะได้แคลอรี่เท่ากัน แต่อันไหนลูกได้ประโยชน์มากกว่าคุณแม่ก็พิจารณาเอาเองนะคะ
แต่!!! ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง อย่าลืมนะคะว่าอาหารว่างก็คืออาหารว่าง บางทีเห็นลูกชอบกิน แม่ก็ป้อนเสียยกใหญ่ ให้กินเยอะ ๆ ปรากฏว่าลูกอิ่มแปร้ จนกินมื้อหลักได้น้อย แบบนั้นก็ไม่ดีค่ะ อาหารว่างก็ป้อนนิดหน่อย พอให้ท้องเขาไม่ว่างในระหว่างที่รอมื้ออาหารจริง ๆ เท่านั้นค่ะ
3. กินให้เป็นที่เป็นทาง และ ไม่เล่นไปกินไป -- อันนี้อาจไม่เกี่ยวกับการเพิ่มน้ำหนักของลูกโดยตรง แต่สำคัญมากและจะเกี่ยวโยงกับนิสัยการกินชั่วชีวิตของลูกเลยค่ะ เคยเห็นหลายบ้านป้อนข้าวลูกหน้าทีวี ป้อนข้าวลูกท่ามกลางกองของเล่น หรือเดินตามป้อนข้าวลูกที่สนามเด็กเล่น อยากจะบอกว่าคุณพ่อคุณแม่กำลังบ่มนิสัยให้ลูกเป็นคน “กินข้าวไม่เป็น” ค่ะ การกินอาหารเป็นหนึ่งในวินัยพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนต้องรู้ว่าแม้ไม่อยากทำก็ต้องทำ (เพราะถ้าไม่ทำแล้วตายแน่นอนค่ะ) การปล่อยให้ลูกเล่นตามใจแล้วเดินตามป้อนข้าวลูกนี่เป็นการสื่อสารให้ลูกทราบว่า “ลูกไม่ต้องสนใจกินก็ได้ค่ะ เดี๋ยวแม่จะช่วยตามป้อนให้เอง” แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ลูกจะรู้คะว่าเขาควรจะต้องสนใจกินอาหารเมื่อถึงเวลาอาหาร ดังนั้น เวลากินข้าวต้องให้ลูกนั่งเป็นที่เป็นทาง นั่งเก้าอี้ได้ก็ให้นั่ง นั่งไม่ได้ ไม่ยอมนั่ง ก็นั่งรถเข็น (แต่อย่าเข็น ให้จอดอยู่กับที่) ไม่มีรถเข็นก็ปูเสื่อให้นั่ง ถ้าลูกคลานหนีก็จับกลับมานั่งบนเสื่อที่เดิมก่อนป้อนข้าวคำต่อไปค่ะ อย่าคิดว่าตอนนี้ลูกยังเด็กเกินไป ไม่รีบฝึกตอนเด็ก คิดว่ารอจนโตแล้วเขาจะยอมทำตามเหรอคะ ส่วนเรื่องป้อนหน้าทีวีนี่ยิ่งไม่ควรใหญ่เลยค่ะ โดนทีวีสะกดจนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังกินข้าวอยู่ อาจได้ผลดีในระยะสั้น แต่เป็นผลเสียในระยะยาว ลูกควรจะกินข้าวเพราะเขาหิวและเขารู้ว่ามันเป็นเวลาอาหารที่เขาจะต้องกิน ไม่ใช่เพราะถูกป้อนตอนเพลินๆ ไม่รู้เนื้อรู้ตัวค่ะ ที่สำคัญการป้อนไปเล่นไปหรือดูทีวีไป ทำให้ลูกกินข้าวช้า ไม่ใส่ใจที่จะกิน บางทีเป็นชั่วโมง ๆ ก็กินไม่เสร็จเสียที แบบนี้กว่าจะป้อนเสร็จก็ถึงเวลากินมื้อถัดไปพอดี แล้วมันจะไปหิวได้ยังไงคะ เด็กที่ตั้งใจกิน กินแค่ครึ่งชั่วโมงเสร็จ อีกประมาณสองชั่วโมงต่อมาเขาก็พร้อมที่จะรับอาหารว่างหรือนมได้อีกด้วยนะคะ คิดง่าย ๆ เด็กที่กินข้าวเสร็จเร็วกว่า ก็จะมีเวลาระหว่างวันเหลือที่จะกินอาหารว่างได้มากกว่าเด็กที่กินข้าวช้าค่ะ
4. กินด้วยกัน -- อันนี้ง่าย ๆ เลยค่ะ เด็กชอบเลียนแบบ เห็นพ่อแม่กินก็อยากทำตาม ดังนั้นพ่อแม่ลูกจึงควรนั่งกินข้าวพร้อมหน้ากันค่ะ เราก็กิน และป้อนข้าวลูกไปด้วย ลูกชอบค่ะ มีเพื่อนกินก็กินข้าวอร่อยขึ้นเป็นธรรมดาค่ะ อันนี้จะเห็นผลได้ชัดในเด็กที่โตหน่อย อย่างเด็กขวบครึ่งเป็นต้นไป
และจากที่ทำมาทั้งหมดนี้ก็ปรากฏว่าน้ำหนักหนูโรสเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยค่ะ (จากที่เคยอยู่ที่เปอร์เซนไทล์ที่ 10 กระเถิบขึ้นมาเป็นเปอร์เซนไทล์ที่ 25) ตัวก็ยังต่อนข้างเล็ก แขนขายาว ๆ ดูผอม ๆ ไม่จ้ำม่ำ หลังจากที่มั่นใจแล้วว่าลูกกินอาหารได้เยอะเหมือนเด็กปกติทั่วไป และเราได้ให้อาหารที่เหมาะสมกับลูกแล้ว แต่ลูกก็ยังตัวแค่นี้ ก็คงสรุปได้ว่ามันเป็นธรรมชาติของเขาล่ะค่ะ (เพราะเขาก็พัฒนาการปกติดีทุกด้าน ออกจะพัฒนาการไวด้วยซ้ำ เดินตั้งแต่สิบเดือนแน่ะ) ผู้ใหญ่ยังมีอ้วน ผอม สูง เตี้ย เด็กก็เหมือนกัน ไม่รู้จะกังวลไปทำไมค่ะ
เปอร์เซนไทล์ที่